
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
Title:: Prince Fall in Love [P.4 Memories in my eyes ]
Author:: Yubiwa
Couple:: KH[x]SM [[Kyuhyun[x]Sungmin]]
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
................................................
.......................................................................
หลังจากที่ถูกร่างสูงไล่ตะเพิดออกมาจากห้องอย่างไม่สนใจใยดี... ซองมินก็พาร่างเล็กของตัวเองมาหยุดอยู่ที่หน้าโซฟาสีขาวตัวเดิม... ร่างบางทิ้งตัวลงนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาตัวนั้น ใบหน้าหวานสวยก้มลงซุกหน้าไปกับเข่าตัวเอง... เหม่อมองทอดสายตาไปอย่างไม่มีจุดหมาย..... ในใจเกิดความรู้สึกน้อยใจขึ้นมาอย่างไม่สามารถหยุดได้...
.... ทั้งๆ ที่หมอนั่นเองเป็นฝ่ายเข้ามาหาเขาก่อน....
.... ทั้งๆ ที่หมอนั่นเองเมื่อเช้าออกจะใจดีขนาดนั้น....
.... แต่ทำไมเมื่อกี้.... คยูฮยอนกลับเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด....
.... นายเป็นอะไร? โจคยูฮยอน.....
ร่างบางคิดในใจ.... ก่อนสมองจะคิดไปถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น.... มองดูต้นแขนของตัวเองที่ถูกร่างสูงผลักออกไปเมื่อครู่ ผิวเนื้อสีขาวปรากฏรอยสีแดงเล็กน้อย... ใบหน้าหวานนิ่วหน้าขึ้นมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อมือสัมผัสจับที่รอยแดงนั้น...
.... เจ็บ..... แต่....
.....ไม่ได้เจ็บที่ร่างกาย... เจ็บที่อื่น.... เจ็บที่ใจ.....
..... แต่ซองมินไม่รู้หรอก... ว่าอีกฟากของประตูนั้นจะมีคนที่เจ็บแบบเขาเช่นกัน...
..... หากแต่เจ็บปวดยิ่งกว่า...
..... เมื่อบาดแผลมันปรากฏขึ้นทั้งสองที่....
..... ทั้งร่างกาย... และจิตใจ....
...................
................................................
..................................................................
..... คนใจร้าย.....
เสียงหวานใสเอ่ยเบาๆ นัยน์ตาสีดำนิลและเสียงนั้นมีแววตัดพ้ออย่างเห็นได้ชัดเจน... ร่างสูงโปร่งของคนตรงหน้าเพียงขยับรอยยิ้มบางเบา... รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด.... แต่ร่างตรงหน้ากลับไม่ทันสังเกต
.... นายมันใจร้าย... ใจร้ายที่สุด เสียงเดิมยังคงไม่เลิกพูด เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังเงียบก็เอ่ยต่อ ฉันจะบอกท่านพ่อให้ลงโทษนาย....
....ไร้ผล.... คนเงียบๆ ก็ยังคงเงียบอยู่เช่นเดิม... สร้างความหงุดหงิดให้กับเจ้าของเสียงใสนั่นได้ไม่น้อยเลยทีเดียว...
นี่.... พูดอะไรหน่อยสิ.. ไม่มีปากรึไงกัน!! ร่างเล็กกว่าตวาดลั่น อีกคนเพียงเลิกคิ้วเรียวขึ้นเบาๆ ยักไหล่เหมือนไม่มีอะไร...
ไม่รู้สิครับ... ในที่สุดร่างสูงก็เปิดปากพูด... เสียงทุ้มนุ่มน่าฟังสำหรับใครหลายคน แต่ในยามนี้มันกลับไม่น่าฟังเลยสำหรับ เธอ .... ร่างสูงกว่ากระตุกยิ้มอีกครั้ง เลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้อีกคน แต่ถ้าผมไม่มีปาก... ก็คงจะทำแบบนี้ไม่ได้หรอกครับ... คุณหนู
ไม่ว่าเปล่า ริมฝีปากร้อนก็ประกบลงไปที่กลีบปากบางนั่นอย่างรวดเร็ว... ก่อนลิ้นเรียวจะเข้าไปกวาดต้อนหาความหวานนั้นอย่างหิวกระหาย... ร่างเล็กกว่าตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ... มือเล็กทุบลงไปที่ไหล่กว้างหลายต่อหลายที แต่อีกฝ่ายกลับไม่สะทกสะท้าน.... เนิ่นนาน.... กว่าที่ร่างสูงจะถอนปากออกมา....
น... นายทำบ้าอะไรของนาย...!!!
........................
...............................................
สายฝนตกลงจากฟากฟ้าเบื้องบนราวกับกำลังช่วยอำพรางน้ำตาของใครบางคนที่อยู่เบื้องล่าง... น้ำหยดใสๆ ไหลลงมาไม่ขาดสาย...ทำให้หยดน้ำสีแดงค่อยๆ จางหายไปพร้อมกับสายฝนนั้น เสียงฟ้าร้อง...ไม่ได้ทำให้เสียงพูดของร่างเล็กๆ ที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาเบาลงไปสักนิด แม้ว่าเธอคนนั้นจะพูดด้วยเสียงที่เบาเท่าไรก็ตาม แต่เขาก็กลับได้ยินชัดเจน...
คุณหนู! คุณหนูครับ!! เสียงทุ้มที่เคยเยือกเย็นอยู่เสมอบัดนี้มันกลับดูร้อนรนผิดปกติ... มือแกร่งเขย่าร่างบอบบางที่อยู่ในอ้อมแขนเบาๆ หวังจะให้มันช่วยยืดลมหายใจของอีกร่างไว้บ้าง... แม้จะไม่นาน... แต่ก็ขออีกสักนิด... สักนิดเดียว... ก็ยังดี....
เจ้าของร่างเล็กปรือตาขึ้นมองร่างสูงกว่า... มือเรียวเลื่อนขึ้นมาจับใบหน้าของร่างอีกร่างไว้ ลูบเบาๆ อย่างรักใคร่... ก่อนจะเลยขึ้นไปเช็ดน้ำใสๆ ที่อยู่ริมขอบตาของใครบางคน...
...นาย... ร...ระ... ร้องไห้เหรอ? เสียงหวานเอ่ยถาม พยายามปั้นเสียงให้ฟังดูสดใสที่สุดเท่าที่จะทำได้... หากแต่น้ำเสียงที่สดใสนั้นกลับทำให้น้ำตาของคนอีกคนไหลออกมาได้ไม่ยากเย็นเลย... ชายหนุ่มส่ายหน้าไปมาแทนคำตอบ... อีกร่างเพียงยิ้ม..
ดี... แล้ว.... เสียงหวานยังคงพูดต่อ แม้ว่าแต่ละคำที่พูดออกมาจะแสนยากเย็นเหลือเกิน... เธอเพิ่งจะรู้วันนี้นี่เอง... ว่าการออกเสียงมันยากถึงเพียงนี้...
อย่าร้อง..ไห้... เพราะฉัน... ก... เกลียด... ผู้ชาย... อ่ะ.... อ่อนแอ...
ชายหนุ่มพยักหน้ารับ... กัดฟันแน่น...
แข็งใจไว้นะครับคุณหนู... เดี๋ยวผมจะพาคุณหนูไปโรงพยาบาล บอกละล่ำละลัก... ก่อนจะพยายามอุ้มอีกร่างขึ้น แต่เธอคนตรงหน้ากลับเพียงยิ้มและส่ายศีรษะช้าๆ มือบางผลักอีกคนเป็นเชิงไม่ต้องการ.. ร่างสูงมองอย่างไม่เข้าใจ... ทำไม?....
ไม่ต้อง...หรอก... ถ... ถึงยัง...ไง... ฉัน... ก็คงจะ... ไม่...ร... รอด... แล้วล่ะ พูดพร้อมกับรอยยิ้มเศร้าๆ .... เธอรู้ตัวมาตั้งนานแล้ว... ว่าถึงจะพยายามยังไง... ก็คงจะไม่พ้นคืนนี้ไปได้แน่ๆ ....
ขอสักครั้ง... ช่ว..ย... ฟังความเอาแต่.. จ.. ใจ ... ครั้งสุดท้ายของฉัน... ด... ได้มั้ย?
ชายหนุ่มพยักหน้า.... พยายามปั้นรอยยิ้ม แม้ว่าจะฝืนเพียงใด... เด็กสาวยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ... ดึงแขนของชายหนุ่มให้เข้ามากอดเธอแน่นกว่าเดิม...
...ก... กอดฉัน... เป็นครั้งสุดท้าย.... ให้.. ฉันได้รู้สึก... ถึงตัว... น.. นาย... กัดฟันพูดประโยคที่เคยคิดจะพูดไว้เมื่อนานแสนนาน แต่ก็ต้องตัดใจไปหลายต่อหลายครั้ง... ร่างสูงไม่รอช้า... กอดร่างบางกว่าแน่น... เด็กสาวซุกหน้าลงไปที่อกกว้าง... สูดดมกลิ่นของชายตรงหน้าเป็นครั้งสุดท้าย... ก่อนที่จะไม่มีโอกาส....
นี่... สัญญา... กับฉันสักข้อได้มั้ย...
ครับ...
.... ถ้าฉันตื่นขึ้นมา.... อีกครั้ง... ให้ฉัน...ด... ได้สัมผัส.... กับอ้อม...กอดนี้...อีกสักครั้ง .... แล้วหลังจากนั้น... นายสัญญาได้มั้ย... นายจะปกป้องฉันตลอดไป... เราจะอยู่... ด... ด้วยกัน...
เสียงหวานใสขอร้องเบาๆ ร่างสูงยิ้มออกมาอีกครั้ง... รอยยิ้มแบบฝืนๆ ปรากฏขึ้น... ริมฝีปากอุ่นๆ ก้มลงไปทาบทับริมฝีปากเย็นเฉียบของร่างเล็กกว่า... น้ำตาหยดใสไหลลงเปรอะเปรื้อนใบหน้าหวานสวย... แต่ร่างบางดูจะไม่สนใจแล้วว่าร่างสูงกำลังร้องไห้ ... เธอคิดเพียงว่านั่นคือหยาดฝน... หยาดฝนที่แค่กระเซ็นมาโดนหน้าเธอเท่านั้น..
ครับ.. ผมสัญญา เสียงทุ้มเอ่ยเบาหลังจากที่ถอนปากออกจากอีกร่าง... เราจะอยู่ด้วยกันครับ คุณหนู... ผมจะปกป้องคุณหนู... ตลอดไป...
รอยยิ้มกว้างตามแบบฉบับของหญิงสาวน่ารักตรงหน้าปรากฏขึ้นมาอีกครั้งอย่างพอใจ...
...ขอบคุณ....สำหรับ.. ทะ... ทุกอย่างนะ... เจอ...กัน... อีกที...ตอน...ที่...ฉันลืมตา... ชายหนุ่มมองใบหน้าหวานสวยน่ารักนั่นอย่างรักใคร่... เด็กสาวเองก็เช่นกัน หล่อนยิ้มออกมา ก่อนเอ่ยต่อ... ถ..ถ้าเจอ...กันแล้ว... อย่าลืม.. ก... กอดฉันแบบนี้... อีกนะ...
คำพูดติดๆ ขัดๆ ออกมาจากปากร่างเล็ก... ร่างสูงพยักหน้าและเอ่ยขานรับ... หากแต่คราวนี้กลับไม่มีรอยยิ้ม... ไม่มีเสียงใสๆ เอ่ยต่อ... ไม่มีแล้วซึ่งลมหายใจอุ่นๆ ที่ออกมาจากร่างบาง.... ไม่มี... ไม่มีอีกแล้ว... สำหรับความรักของใครบางคน... ในเมื่อมันถูกพรากไปพร้อมกับลมหายใจของคนตรงหน้าเสียแล้ว.....
คุณหนู... เราจะไปด้วยกันนะครับ... ผมจะปกป้องคุณหนู... ตลอดไป...
ร่างสูงเหมือนกล่าวกับตนเอง... ใบหน้าคมคายกระตุกรอยยิ้มบางเบาขึ้นมาที่ริมมุมปากสวย.. นัยน์ตาสีนิลกาฬเหม่อมองไปยังที่ไกลแสนไกล... มือแกร่งข้างที่ว่างอยู่เลื่อนไปหยิบปืนพกกระบอกสั้นที่คาดอยู่ที่เข็มขัดขึ้นมา ก่อนเหนี่ยวไกช้าๆ เลื่อนมันขึ้นมาจ่อที่ขมับ... กดแนบสนิท...
รอผมก่อนนะครับ .... คุณหนู... เปลือกตาคู่สวยปิดลง... ปากกระบอกปืนกดลงไปมากกว่าเดิม...... ลมหายใจที่เคยถี่กระชั้นเมื่อครู่กลับนิ่งสงบ.. อย่างเคย...
ผมรักคุณหนูนะครับ
ปัง!
ถ้อยคำสุดท้ายถูกเอื้อนเอ่ยก่อนจะตามมาด้วยเสียงปืนที่ดังลั่น.... เป็นเสียงสุดท้ายที่ได้ยินแข่งกับเสียงสายฝนที่ตกกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา... ไม่มีความรู้สึกเจ็บ.. ไม่มีอะไรทั้งนั้น....
...มีเพียงความอบอุ่นจากมือสองมือที่เกาะกุมกันแน่น.... และจะไม่ปล่อยกันไปตลอดกาล....
...................
................................................
.................................................................
....แกร๊ก....
เสียงบิดลูกบิดประตูดังขึ้นจากทางด้านหลัง... ก่อนจะตามมาด้วยร่างสูงโปร่งของชายหนุ่ม... โจคยูฮยอน.... ร่างสูงเดินออกมาจากห้องนอนเสียทีหลังจากที่ขลุกตัวอยู่ในนั้นมาเกือบๆ จะครึ่งชั่วโมง.. ปล่อยให้ใครบางคนนั่งอยู่ข้างนอกคนเดียว...
... ใครบางคนที่เกลียดการอยู่คนเดียวอย่างกับอะไรดี...
... ใครบางคนที่เกลียดความเหงาที่สุด...
สายตาคมมองหาร่างเล็กที่เขาไล่หนีไปเมื่อครู่ก่อนจะแย้มรอยยิ้มเมื่อเห็นร่างนั้นนั่งอยู่ที่เดิม..... โซฟาสีขาวของเขา... คยูฮยอนไม่รอช้า สาวเท้าเข้าไปหาร่างนั้นแทบจะในทันที... แต่ยังไม่ทันที่จะเดินเข้าไปถึง เจ้าของใบหน้าหวานสวยนั่นก็เป็นฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาหาก่อนเสียอย่างนั้น เมื่อซองมินเห็นว่าเจ้าของเสียงฝีเท้าที่เข้ามาใกล้เป็นใคร เจ้าตัวก็ถึงกับหันหน้าหนีอย่างไม่คิดจะสนทนาด้วย...
เมื่อเห็นว่าอีกคนมีทีท่างอนอย่างเห็นได้ชัด... ร่างสูงก็กระตุกยิ้ม... ท่าทางเวลางอนของเจ้าตัวเล็กตรงหน้านี่มันทำให้เขารู้สึกอยากแกล้งขึ้นมาอยู่เรื่อย... ให้ตายเถอะ...
งอนเหรอครับ? ทิ้งตัวลงไปนั่งข้างกาย... ซองมินขยับหนีออกมา...
.... โกรธ.....
งอนจริงๆ ด้วย... คยูฮยอนพูดขึ้น ก่อนจะขยับตัวตามไป แต่อีกร่างก็ยังกระเถิบตัวหนีอยู่เช่นเดิม... ชายหนุ่มส่ายหัวไปมาก่อนจะกระตุกยิ้มบางเบาเมื่อสมองคิดวิธีจัดการคนตรงหน้าได้เสียที...
มือแกร่งยื่นไปรั้งร่างบางเข้ามากอดจากทางด้านหลัง... ก้มใบหน้าลงไปแนบชิดกับเรือนผมสีอ่อนของร่างตรงหน้า... ซองมินมีทีท่าตกใจอย่างเห็นได้ชัด.. คนตัวเล็กกว่าสะดุ้งเฮือก... ก่อนจะพยายามขัดขืน ดิ้นแรงๆ หลายๆ ที แต่ผลที่ได้คืออ้อมกอดนั้นยิ่งรัดแน่นมากขึ้นกว่าเดิม...
หายงอนรึยัง เอ่ยถามพร้อมกับยิ้มจนตาปิด..
ไม่! ซองมินเมินหน้าไปทางอื่น... หน้านวลซับสีเลือดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด...
โธ่... บอกไว้ก่อนนะว่าฉันไม่ได้ง้อ เสียงทุ้มยังพูดต่อ.... นี่น่ะเหรอที่เรียกว่าไม่ได้ง้อ?
ไม่ง้อก็ไม่ง้อสิ เจ้ากระต่ายน้อยกล่าว ก่อนจะพยายามแกะมือของหมาป่าตัวใหญ่ออก แต่ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่อาจจะหนีไปจากกรงเล็บนี่ได้เลย
จะไปไหนน่ะ ซองมินยังไม่หายงอนเลยนะ คยูฮยอนกล่าวพลางเลิกคิ้ว อีกร่างก้มหน้า... ตอบกลับไปเสียงแหลม
จะไปไหนก็เรื่องของฉันไม่ใช่รึไงเล่า
ร่างสูงกว่าขยับยิ้มขึ้นที่ริมมุมปาก... ขำกับถ้อยคำสวนกลับของเจ้าคนตัวเล็ก..
มันก็เรื่องของฉันด้วยเหมือนกัน เพราะว่าฉันทำให้นายงอน
ซองมินหันหน้ากลับมามองอย่างอึ้งๆ ในคำพูด.. แต่ก็แทบจะต้องหยุดหายใจเมื่อพบว่าใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มอยู่ห่างจากใบหน้าของเขาไปไม่เกินหนึ่งคืบ ร่างบางใจกระตุก.. รีบก้มหน้าหลบสายตาคมที่มองมาทันที..
น.. นายนี่นะทำให้ฉันงอน...
ถ้านายยังไม่หายงอน ฉันก็ไม่ให้ไป คนตัวสูงกว่าเอ่ยเบาข้างหู พาให้หัวใจอีกร่างเต้นแรงขึ้นมากกว่าเดิม... มือแกร่งเชยคางซองมินให้เงยขึ้นมาเผชิญหน้ากันตรงๆ แต่เจ้ากระต่ายตาโตนี่ก็ก้มหน้าไม่ยอมท่าเดียว... อาจจะเพราะกลัวคยูฮยอนจะสังเกตเห็นว่าตอนนี้ใบหน้าของเขาแดงขนาดไหน.... ร่างสูงหัวเราะขำเบาๆ...
ปล่อยนะ ซองมินเอ่ยเบาๆ พยายามขืนตัวออกห่าง แต่ผลที่ได้ก็ยังคงเดิม... มือใหญ่รั้งร่างบางเข้ามาชิดติดกัน จนตอนนี้ซองมินแทบจะจมหายเข้าไปในตัวอีกคนเสียแล้ว...
ก็บอกแล้วไง ว่าถ้าไม่หายงอนก็ไม่ปล่อย ยิ้มกว้างอย่างเจ้าเล่ห์ ซองมินก้มหน้านิ่ง...
... ห... หายแล้ว.... ก็ได้ เอ่ยออกมาเบาๆ ใบหน้าขาวขึ้นสีชมพูแดงระเรื่ออย่างหยุดไม่อยู่ เช่นเดียวกันกับหัวใจที่ยังคงเต้นระรัวอย่างไม่มีเหตุผลเลยแม้สักนิด...
คยูฮยอนยิ้มกว้างอย่างพอใจในคำถามก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นสูงเมื่อได้ยินคำพูดในประโยคถัดมาของซองมิน...
ไหนว่าจะไม่ง้อไง....
.... ไม่คิดเลยแฮะว่าจะถามอย่างนี้....
คยูฮยอนคิดในใจก่อนจะเงียบไปสักพัก...สมองอันชาญฉลาดคงจะกำลังคิดประโยคอะไรสักอย่างอยู่ล่ะมั้ง... ประโยคที่จะตอกกลับร่างบอบบางนี่...
เปล่าง้อสักหน่อยนะ ฉันแค่ถามนายว่าหายงอนรึยังเท่านั้นเอง คำตอบที่ได้เล่นเอาซองมินถลึงตาใส่... ร่างบางถอนหายใจอย่างปลงๆ รับรู้แล้วว่าตัวเองเสียทีเจ้าคนตรงหน้านี่อีกแล้ว... เหมือนกับทุกครั้ง.....
ร่างสองร่างนั่งอยู่บนโซฟาสีขาวตัวยาว... มือสองมือเกาะเกี่ยวกันแน่น ตาสองตาจ้องมองกันอย่างไม่มีใครคิดจะเอ่ยอะไรออกมา ปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบคลุมห้องทั้งห้อง...
นาน.... จนในที่สุดคนตัวเล็กที่อยู่ไม่ค่อยสุขเท่าไหร่ก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมา....
คนใจร้าย.... เสียงหวานใสน่ารัก... เอ่ยถ้อยคำประโยคเดียวกันกับในความทรงจำที่แล่นเข้ามาในสมองของชายหนุ่ม... ความทรงจำของใครสักคน...
นัยน์ตาคู่คมไหววูบเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำคำนั้น... สายตาคมจ้องมองซองมิน... มีเพียงรอยยิ้มบางๆ เท่านั้นที่ปรากฏ... รอยยิ้มที่เหมือนกับในความทรงจำ.... รอยยิ้มที่เจ็บปวด...
นายมันใจร้าย..... ใจร้ายที่สุด เจ้าของร่างตรงหน้าก็ยังไม่หยุดพูด... คำพูดเหมือนกันกับ เธอ คนในความทรงจำเมื่อเช้า... ส่วนสายตาตัดพ้อที่มองมานั่นก็ไม่ได้แตกต่างกันเลยสักนิด... ตาสีดำอ่อนโยน.. แต่ก็กลับเต็มไปด้วยความเศร้า...
... เหมือน... เหมือนมาก.... เหมือนจนน่ากลัว....
พาลสมองก็นึกไปถึงเรื่องราวที่แล่นเข้ามาในหัวเมื่อเช้า... เรื่องราวที่เป็นสาเหตุให้เขาผลักไสไล่ส่งซองมินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว.. อดที่จะยอมรับไม่ได้ว่า... กลัว... กลัวว่าถ้าซองมินอยู่ด้วยในตอนนั้นแล้วเขาอาจจะทำอะไรบ้าๆ ลงไปก็ได้... อะไรบางอย่างที่ตัวเขาเองไม่เคยคิดอยากจะทำ...
สายตาคมมองไปที่ใบหน้าของร่างบางในอ้อมกอด.. ที่ถึงแม้ว่าเจ้าคนตัวเล็กนั่นจะยอมหายงอนแล้ว แต่เขาก็ไม่คิดจะปล่อยมือออกเสียที.. ส่วนซองมินก็ไม่คิดจะขัดขืนอ้อมแขนอบอุ่นที่กอดรัดอยู่รอบตัว... ร่างสูงมองใบหน้างามที่ง้อง้ำนั้นอย่างขำๆ ก่อนจะก้มลงไปจุมพิตที่หน้าผากสวยเบาๆ เรียกเลือดให้แล่นขึ้นมาวิ่งบนแก้มเนียนของอีกคนได้ไม่ยากเย็น
.... ถึงจะเหมือน... แต่ไม่ใช่....
นายทำบ้าอะไรของนาย... ประโยคคุ้นหูดังเข้ามาอีกครั้ง.. คยูฮยอนชะงักกึก... พยายามผ่อนลมหายใจออกอย่างสงบ... ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมามองเจ้าของสัมผัสอบอุ่นนั้นอย่างงุนงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเจน...
.... บอกแล้วไง... ว่าถึงจะเหมือนคนคนนั้น... แต่ก็ไม่ใช่...
.............................. ไม่มีคำตอบกลับมา แต่สิ่งที่ได้ก็คือรอยยิ้มที่อยู่ริมมุมปาก.. รอยยิ้มที่เจ้าตัวพยายามยิ้มออกมาเพื่อปกปิดความรู้สึกแปลกๆ ในหัวใจ....
....ติ๊ด.... ติ๊ด..... ติ๊ด....
เสียงนาฬิกาบอกเวลาที่ข้อมือดังขึ้น เรียกสติของคยูฮยอนให้กลับเข้ามาในตัว ซองมินเอียงคออย่างงุนงง มองหน้าร่างสูงนิ่ง... คยูฮยอนก้มลงไปมองเวลาที่ข้อมือตัวเองก่อนจะร้องว้ากขึ้นมาลั่นห้อง เมื่อเวลาที่อยู่ในนั้นบอกว่าได้เวลาที่เขาจะต้องไปเรียนเสียแล้ว...
คยูฮยอนไม่รอช้า รีบดันร่างเล็กออกจากตัว ก่อนจะวิ่งเข้าไปคว้าเอาเนคไทที่หล่นอยู่บนเตียงขึ้นมาผูกอย่างรวดเร็ว... ส่วนอีกมือก็คว้าเอากระเป๋าของตัวเองขึ้นมาถือไว้ด้วยความเร็วไม่แพ้กัน...
ซองมินเฝ้ามองเสียงอึกทึกครึกโครมที่เกิดขึ้นในห้องนอนของคยูฮยอนอย่างขบขัน... ร่างบางส่ายศีรษะกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเดินออกไปหยิบรองเท้าของตัวเองที่วางอยู่บริเวณตู้รองเท้าหน้าประตูขึ้นมาสวมช้าๆ เมื่อผูกเชือกเสร็จก็พอดีกับที่คยูฮยอนเดินออกมาจากห้องนอนพอดี...
สายตาของร่างสูงกวาดมองไปรอบห้องนั่งเล่น เมื่อไม่เห็นเจ้าคนตัวเล็ก เจ้าตัวก็เดินเข้าห้องโน้น ออกห้องนี้ตามหาเจ้ากระต่ายน้อยไปทั่วอพาร์ทเมนต์ แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ.... จึงเดินออกมายังหน้าประตู แล้วก็ต้องยกมือขึ้นมากุมขมับในความโง่ของตัวเองที่คิดไม่ถึงว่าซองมินจะมายืนรอเขาอยู่ที่หน้าประตูเรียบร้อยแล้ว...
เอ้า! ถือซะ ว่าแล้วก็โยนกระเป๋าให้กับร่างบาง ซองมินรับมาพร้อมกับรอยยิ้ม.. ตอนนี้เขาอารมณ์ดีขึ้นกว่าเมื่อครู่แล้ว เพราะว่าอะไรน่ะเหรอ? .... ลองทายกันดูสิ...
เอ๊ะ? จำได้ว่าถอดไว้ตรงนี้นี่นา มันหายไปไหนล่ะเนี่ย เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเบาๆ เหมือนจะพูดกับตัวเอง.. ให้ตายสิ! ยิ่งรีบๆ อยู่ด้วย
ท่าทางร้อนรนนั่นทำให้ซองมินเผลอขยับยิ้มขึ้นมาอย่างลืมตัว... จะรู้มั้ยนะ?...
คยูฮยอนเงยหน้าขึ้นมาพอดีกับตอนที่ร่างบางเผลอตัวยิ้มกว้าง... รอยยิ้มของซองมินถึงได้หายวูบไปแทบจะในทันที... สร้างความสงสัยให้กับคยูฮยอนได้ไม่น้อย...
.... แล้วสมองก็ทำให้นึกถึงเหตุผลที่ร่างบางยิ้มขึ้นมาได้...
ซองมิน คยูฮยอนเรียกเสียงเบา... ร่างบางหันหน้ามามองต้นเสียง ทำหน้าตาใสซื่อใส่... ตากลมจ้องเขาตาแป๋ว... ก่อนจะเอียงคอไปข้างๆ .....
.... น่ารักชะมัดยาด.....
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาชมความน่ารักของเจ้ากระต่ายตัวน้อยนี่... คยูฮยอนจ้องกลับเข้าไปที่ตาของอีกคน ก่อนจะถามเสียงเข้ม..
รองเท้าฉันอยู่ไหน
ซองมินเบิกตากว้าง ทำท่าทางตกใจ... ส่ายหัวรัวเร็ว บ่งบอกว่าไม่รู้เต็มที่... แต่เจ้าคนตัวสูงมีหรือที่จะดูไม่ออก... มือใหญ่ผลักร่างบางไปชนประตู ก่อนจะใช้มือของตัวเองคร่อมร่างเล็กไว้ไม่ให้หนีไปได้...
อ๊ะ! ร้องออกมาเบาๆ เมื่อมือนั้นเลื่อนมาสัมผัสที่ริมฝีปาก...
ถ้านายไม่บอก... คงจะรู้นะว่าฉันจะทำอะไร เอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์... ซองมินถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อก... จ้องมองตาคู่นั้นแล้วก็รู้ว่าคยูฮยอนทำจริงแน่ๆ ...
นิ้วเรียวเล็กค่อยๆ ชี้ไปทางด้านหลังกระถางต้นไม้ที่วางอยู่ข้างๆ ตู้รองเท้า... สายตาคมมองตามไป ก่อนจะแยกเขี้ยววับ... แล้วปล่อยตัวซองมินให้เป็นอิสระ...
เด็กหนุ่มร่างอวบถอนหายใจเบาๆ ...
.... รอดตัวไป....
>>To Be Continue<<
.
.
.
.
Talk With Me~~
เฮ... หวัดดีค่า หลังจากที่ห่างหายไปประมาณอาทิตย์กว่าๆ เกือบจะสองอาทิตย์ ...
ตอนนี้มาอัพให้แล้วนะคะ ^^
เป็นยังไงกันบ้างเอ่ย? สำหรับเรื่องตอนนี้
งงกันรึเปล่าง่ะคะ?
คงไม่งงมั้งนะ... ((มั้ง))
ตอนนี้มีทั้งเศร้าทั้งหวานเลย คึคึคึ... แต่ไม่รู้ว่าคนอื่นจะเศร้าไปกับเรารึเปล่าแฮะนั่น...
สงสัยจะมีเราเศร้าคนเดียว - -*
ไม่รู้สินะ... แต่มีความรู้สึกว่า... เนื้อเรื่องมันเริ่มออกนอกพล๊อต ว้ากกกก ((กลุ้ม))
เอาเต๊อะ เดี๋ยวเราก็หาวิธีลากมันกลับมาจนได้น่ะแหละ
... ตอนนี้คยูกี้จำได้แล้ว... แต่ไม่รู้ว่าคนที่อยู่ในความทรงจำนั่นมันเป็นใครแค่นั้นเอง... ((แค่นั้น?))
ขนาดคนแต่งยังไม่รู้เลยว่าคนคนนั้นมันเป็นใคร เง้อออ...
ว่าแต่... ชอบตอนคยูกี้แกล้งน้องมินจังเลยง่ะ น่ารักๆ >w<





